นักลงทุนสัมพันธ์
TH | EN
รับโปรพิเศษ ขอใบเสนอราคา จองเลย
Quick Menu Icon Quick Menu

KCAR

ข้อมูลบริษัท

ประวัติ ความเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

     บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)  จดทะเบียนจัดตั้งวันที่  29  มกราคม  2535   ในชื่อ “บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” โดยคุณไพฑูรย์ จันทรเสรีกุล ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 4 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นในกลุ่มจันทรเสรีกุลถือหุ้นร้อยละ 100 ให้บริการเช่ารถยนต์ประเภทต่างๆ ทั้งเช่าระยะสั้น และเช่าระยะยาว แก่ลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐ และ บริษัทเอกชน รวมถึงบุคคลทั่วไป โดยมีนโยบายที่เน้นการให้บริการที่ดีเยี่ยม และยึดมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า การทำงานแบบพันธมิตร และเน้นผลเป็นเลิศในการทำงานกับคู่ค้าทุก ๆ ราย รวมถึงการปรับปรุงระบบงานเพื่อให้เกิดการพัฒนางานบริการที่ดียิ่งขึ้น ทำให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง

     ในเดือนสิงหาคม 2547 บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ภายใต้ชื่อ “บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)” และเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จาก 1,000 บาทต่อหุ้น เป็น 1 บาทต่อหุ้น และในเดือนพฤศจิกายน 2548 บริษัทได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชน จำนวน 50 ล้านหุ้น ทำให้ในปัจจุบันทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 250 ล้านบาท และในเดือนธันวาคม 2548 บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

     ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มีการจัดตั้ง และลงทุนในบริษัทย่อย ในเดือนมิถุนายน 2548 ในนามของ “บริษัท กรุงไทย ออโตโมบิล จำกัด” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายรถยนต์เก่า และรองรับการจำหน่ายรถยนต์ที่ครบกำหนดสัญญาเช่าของบริษัท ภายใต้แบรนด์ของ “โตโยต้าชัวร์ กรุงไทย ยูสคาร์” โดยบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นจำนวนร้อยละ 95 คิดเป็น 37,999,300 บาท และในเดือนมกราคม 2556 ซื้อหุ้นจากบริษัทย่อยเพิ่มเติมคิดเป็นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน ปัจจุบันบริษัทย่อยมีศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสอง จำนวน 4 สาขา ได้แก่ สาขากาญจนาภิเษก (สำนักงานใหญ่), สาขาราชชนนี, สาขารามอินทรา (กม.7) และ สาขาศรีนครินทร์

about-0
about-1
about-2
about-3
Headquarter

สำนักงานใหญ่ พระราม 3

แผนที่ตั้ง
Service

KCAR ให้บริการเช่ารถทั้งระยะสั้น (รายวัน-รายเดือน) และเช่ารถระยะยาว(รายปี) พร้อมดูแลครบวงจร ตั้งแต่การจัดหารถใหม่ การบำรุงรักษาตามระยะ การต่อภาษี พ.ร.บ. และประกันภัย รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้องค์กรลดภาระการบริหารจัดการรถยนต์ เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน และสามารถวางแผนงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ